เกษตรกร 8 จังหวัด ซุ่มเงียบเลี้ยงปลาชะโด ส่งออกสิงคโปร์ มาเลฯ หลักหมื่นตันต่อปี

1-1.jpeg

ปลาชะโด เป็นปลาที่คนไทยไม่นิยมรับประทานกัน แต่ใครจะรู้ว่า มีกลุ่มคนไทยกลุ่มหนึ่ง ได้รวมตัวกันเลี้ยงปลาชะโด ส่งออกไปขายที่ประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย มานานกว่า 30 ปี แต่ละปี มีการส่งออกเกือบ 10,000 ตัน ซึ่งกลุ่มนี้ มีชื่อว่า “กลุ่มจ๊อดปลาชะโดไทย” 

สำหรับกลุ่มจ๊อดปลาชะโดไทย นี้ เป็นการรวมตัวกัน ของ ผู้เลี้ยงปลาชะโดใน 8 จังหวัดได้แก่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง พิษณุโลก อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ อ่างทอง และสุพรรณบุรี ต้องบอกก่อนว่า ปลาชะโดที่เลี้ยงเพื่อการส่งออกในครั้งนี้ ไม่ใช่ปลาชะโดจากลุ่มน้ำตามธรรมชาติในบ้านเรา

โดย จุดเริ่มต้นของการมาเลี้ยงปลาชะโดในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ปี 2523 มีนักธุรกิจสิงคโปร์มาเลเซียต้องการหาปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ เนื้อเยอะ ก้างน้อย ไปพัฒนาให้เป็นปลาเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ จนในที่สุดได้ปลาชะโดจากเขื่อน จ.กาญจนบุรี หลังจากเงียบหายไป 1-2 ปี นักธุรกิจคนเดิมเอาพ่อแม่พันธุ์ปลาชะโดมาให้กลุ่มเราเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ พร้อมสอนวิธีการเลี้ยงให้เรียบร้อย โดยสิงคโปร์ยินดีรับซื้อปลาทั้งหมด ส่วนพันธุ์ปลาที่นำมาให้เลี้ยง จะมีการปรับปรุงพันธุ์ยังไงเราไม่รู้ ทราบแต่เพียงรสชาติดี ไม่เหมือนปลาชะโดบ้านเรา

นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีหรั่งไพโรจน์ หนึ่งในสมาชิก กลุ่มจ๊อดปลาชะโดไทย เผยถึงที่มาของการเลี้ยงปลาชะโดที่คนไทยไม่เคยมีโอกาสได้ชิม…เริ่มมีการเลี้ยงเงียบครั้งแรกเมื่อปี 2525 ในบ่อดินที่ฉะเชิงเทรา ในพื้นที่แค่ 50 ไร่ แต่ปัจจุบันขยายพื้นที่ออกไปเป็น 1,000 ไร่ และแบ่งเป็นบ่อๆละ 10 ไร่ ปล่อยปลา 4,000 ตัว ราคาลูกปลา ตัวละ 3 บาท การเลี้ยงปลาในช่วง 7-8 เดือนแรก จะทำล็อคตาข่าย กั้นเป็นล็อคๆ ขนาด 30×30 เมตร เพื่อให้ปลาได้กินอาหารทั่วถึง น้ำที่เลี้ยงปลาจะต้องไม่ลึกมาก ประมาณ 25 เมตร ลูกปลาที่นำมาปล่อยอายุประมาณ 3 เดือน โดยอาหารที่เลี้ยงปลาชะโดสายพันธุ์นี้ เน้นปลาทะเลเป็นหลัก เช่น ปลาข้างเหลือง ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอแรล ปลาหางแข็ง นำมาบดให้ละเอียด ซึ่งลูกปลา 4,000 ตัว จะให้อาหาร 100 กิโลกรัม เป็นการให้แบบวันเว้นวัน

หลังจากที่ปลาอายุได้ 7-8 เดือน ก็เอาคอกกั้นออก ปล่อยให้ปลาได้ว่ายน้ำให้เต็มพื้นที่ อาหารยังคงให้ปลาทะเลเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจากบดละเอียดมาเป็นปลาสับ และต้องใช้ปลามากขึ้นเป็นครั้งละ 1 ตัน ให้แบบวันเว้นวัน และเมื่อผ่านไป 13 เดือน เพิ่มอาหารเป็น 1.5 ตัน และเมื่ออายุ 16 เดือน เพิ่มเป็น 2.5 ตัน พอปลาอายุ 18 เดือน ก็สามารถจับขายได้ ปลามีน้ำหนักประมาณ 3-4.5 กิโลกรัมต่อตัว ราคาขายกิโลกรัมละ 190 บาท อัตรารอดของปลาอยู่ที่ 70-80%

ทั้งนี้ การที่ปลาสายพันธุ์นี้ เลี้ยงด้วยปลาทะเลเป็นหลักนี่เอง ทำให้เนื้อปลาชะโดพันธุ์นี้ แตกต่างจากปลาชะโดตามธรรมชาติ ในบ้านเรา และเป็นเหตุผลที่ทำให้เนื้อปลามีรสชาติดี และได้รับความนิยม ไม่ใช่แค่ในประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย แต่ปลาชะโด ชนิดนี้ยังได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา และ เอเชีย 

คนไทยที่สนใจ อยากจะลิ้มลองรสชาติของปลาชะโด สายพันธุ์นี้ สามารถโทรติดต่อไปได้ที่ 08-1868-1167