‘กฤษฎา’สั่งระดมทำฝนหลวงเติมน้ำ’เขื่อน’ก่อนหมดฝน ชี้ภาวะแล้งมาเร็ว

“กฤษฎา”สั่งระดมทำฝนหลวงเติมน้ำ”เขื่อน”ก่อนหมดฝน ชี้ภาวะแล้งมาเร็ว หลายพื้นที่ขาดน้ำ พร้อมทำแผนที่เป้าหมายพื้นที่เกษตรต้องการน้ำ “สทนช.”เรียกประชุมด่วน24ก.ย.

23 ก.ย.61 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สั่งการอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งให้หน่วยปฏิบัติการทำฝนหลวง ระดมทำฝนเติมน้ำเขื่อนมีน้ำไม่ถึงร้อยละ 60 และเขื่อนมีน้ำน้อยร้อยละ 30 และแผนที่พื้นที่เป้าหมายทำเกษตรที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยงจนเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตดี ให้จัดทำแผนทำฝนหลวงให้กับพื้นที่ขาดแคลนน้ำ เพราะขณะนี้มีหลายจังหวัดเกิดภาวะแล้งมาเร็ว และจากปัญหาฝนทิ้งช่วงด้วย

ด้าน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าวว่า ให้หน่วยฝนหลวงทุกภูมิภาคทำฝนจนถึงเดือน ต.ค.เพราะหลายพื้นที่ยังประสบภาวะฝนทิ้งช่วงมาต่อเนื่อง โดยการทำแผนที่ทำฝนหลวงว่าพื้นที่ไหนต้องการฝน

“ฝนทิ้งข่วงหลายพื้นที่มานานแล้ว พยายามทำฝนมาตลอดเติมน้ำเขื่อนน้ำน้อย จนทำให้เขื่อนลำตะคอง มีน้ำมากขึ้นพอใช้ตลอดหน้าแล้ง และปรับแผนไปทุกพื้นที่ โดยภาคเหนือ มี 2 หน่วยฝนหลวง ภาคกลาง มี 2 หน่วย ตะวันออกเฉียงเหนือ มี 4 หน่วย ตะวันออก มี 1 หน่วย
มีเครื่องบินทำฝนหลวง โดยสนธิกำลังกับเครื่องบินกองทัพอากาศ รวม 4 เครื่อง ได้แก่ BT67 จำนวน 2 เครื่อง และ AU23 จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องบินกรมฝนหลวง รวม 21 เครื่อง ได้แก่ CN จำนวน 1 เครื่อง CASA จำนวน 6 เครื่อง CARAVAN จำนวน 12 เครื่อง SKA จำนวน 2 เครื่อง” นายสุรสีห์ กล่าว

ขณะที่ นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต กล่าวว่า จากแนวโน้มฝนลดลง มีข้อห่วงใยของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายทุกหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในการแผนบริหารจัดการและการปฏิบัติการฝนหลวง ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักก่อนสิ้นสุดฤดูฝน ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในกลางเดือน ต.ค.นี้

ซึ่งจากข้อมูลสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้อยกว่า 60% ของความจุทั้งประเทศ ขณะนี้พบว่า ขนาดใหญ่ มีจำนวน 11 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ เขื่อนกิ่วลม 59% เขื่อนแม่กวงอุดมธารา 42% เขื่อนแม่มอก 27% ตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนลำพระเพลิง 56% เขื่อนมูลบน 54% เขื่อนห้วยหลวง 48% เขื่อนลำนางรอง 33% เขื่อนอุบลรัตน์ 31% ภาคกลาง เขื่อนกระเสียว 42% เขื่อนทับเสลา 26% ภาคใต้ เขื่อนบางลาง 46% ขนาดกลาง 132 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 27 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 73 แห่ง ภาคตะวันออก 6 แห่ง ภาคกลาง 7 แห่ง ภาคตะวันตก 2 แห่ง ภาคใต้ 17 แห่ง แต่หากพิจารณาถึงจำนวนอ่างเฝ้าติดตามที่มีความจุน้อยกว่า 30% พบว่า มีเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่มอก 27% และเขื่อนทับเสลา 26% ส่วนขนาดกลาง มีทั้งสิ้น 33 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 3 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 21 แห่ง ภาคตะวันออก 3 แห่ง ภาคกลาง 2 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง

“จากการคาดการณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) ว่าประเทศไทยจะเริ่มมีฝนลดลงนั้น สทนช.ได้เน้นย้ำทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องวางแผนปรับลดการระบายน้ำในอ่างฯ ทุกขนาด ตามการคาดการณ์ของฝน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย.61) สทนช.จะหารือประเด็นดังกล่าวในการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเตรียมการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีน้ำต้นทุนน้อย ซึ่งจะมีการหารือถึงแผนปฏิบัติการเพื่อลดผลกระทบในพื้นที่เสี่ยง ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แล้งล่วงหน้าด้วย โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด” นายสำเริง กล่าว

 

ที่มา

avatar

เกษตรกร

นักพรตขาว แห่งเทือกเขาอันไกลโพ้น