เทคนิคการเกษตร การปลูกข้าวต้นเดียว

แปลงปลูกข้าวต้นเดียวของสมาชิกเครือข่ายสถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน บ้านสันป่าห้า อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ : photo by Alongkorn เมื่อวันพฤหัสที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางทีมงานของ Fair Earth Farm ได้เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาการปลูกข้าวแบบ SRI หรือการปลูกข้าวต้นเดียวที่จัดขึ้นที่สถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน (Institute for Sustainable Agriculture Community-ISAC) โดยการประสานงานของสำนักงาน ECHO ภาคพื้นเอเชีย (ECHO Asia Regional Office) โดยมีหน่วยงานและเกษตรกรที่ทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมการปลูกข้าวต้นเดียว จากหลากหลายพื้นที่มาเข้าร่วม ได้แก่อำเภอแม่ริม แม่แตง ดอยสะเก็ด แม่อาย เชียงดาว และจากจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ จังหวัดพะเยา แพร่ และน่าน การสัมมนาครั้งนี้เป็นการร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในประเด็นเรื่องเทคนิคการ ปลูกข้าวต้นเดียวที่แต่ละพื้นที่ใช้ ปัญหาและอุปสรรคในการปลูก และแนวทางการส่งเสริมการปลูกข้าวต้นเดียวให้กับชุมชนในพื้นที่รอบ ๆ

สำหรับการปลูกข้าวต้นเดียวโดยหลักการแล้วมีแนวทางในการปลูกดังนี้คือ ย้ายปลูกกล้าเมื่อมีใบสองใบแทงออกมา ซึ่งปกติใช้เวลาประมาณ 8-15 วัน ย้ายปลูกกล้าทีละต้น ไม่ใช่ปลูกทีละกระจุก มีระยะระหว่างต้นที่ห่างกันไม่ต่ำกว่า 25×25 ซ.ม. รักษาสภาพความชุ่มชื่นโดยไม่ให้มีน้ำท่วมในนา ถอนหญ้าด้วยมือหรือด้วยคราดหมุน ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และอินทรียวัตถุอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม จากการสัมมนาเราพบว่าในแต่ละพื้นที่ต่างก็มีรายละเอียดในการปลูกที่แตกต่าง กันไปบ้างจากหลักการเบื้องต้น เช่นในเรื่องการย้ายต้นกล้ามาปลูกนั้นเครือข่ายที่พะเยาจะย้ายกล้ามาปลูก เมื่อมีอายุประมาณ 15-30 วัน หรือที่ดอยสะเก็ดอาจใช้เวลาประมาณ 10-15 วัน หรือในเรื่องของระยะห่างระหว่างต้นกล้าที่พะเยาจะปลูกโดยมีระยะห่างประมาณ 30-50 ซ.ม. ส่วนที่ดอยสะเก็ดจะปลูกโดยมีระยะห่าง 25 ซ.ม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพบริบทของแต่ละพื้นที่รวมไปถึงพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูกใน แต่ละพื้นที่ด้วย ในส่วนเป้าหมายของการปลูกข้าวต้นเดียวในแต่ละพื้นที่นั้น โดยภาพรวมแล้วสามารถแบ่งเป้าหมายออกได้เป็น 2 เป้าหมายใหญ่ ๆ คือการลดต้นทุนการผลิตรวมถึงเพื่อเพิ่มผลผลิตในนาข้าวให้มากขึ้น ซึ่งเป้าหมายนี้นับเป็นเป้าหมายหลักร่วมกันของทุกเครือข่ายที่มาร่วมสัมมนา ในครั้งนี้เนื่องจากเกษตรกรที่มาเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ต่างก็เป็นเกษตรกร ที่เคยประสบปัญหากับการปลูกข้าวในแบบเดิมมาก่อนทั้งสิ้น ซึ่งเทคนิคการปลูกข้าวต้นเดียวนั้นเป็นเทคนิคที่สามารถช่วยในเรื่องเมล็ด พันธุ์ข้าวที่ใช้ในการปลูก ลดปริมาณน้ำที่ใช้ในนา รวมถึงการลดแรงงานที่ใช้ในการปลูกกล้า สามารถดูแลต้นข้าวในนาได้สะดวกมากขึ้น และยังสามารถเพิ่มผลผลิตในนาข้าวได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกด้วย การปลูกข้าวต้นเดียวจึงเป็นการช่วยแก้ปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตในการทำนาได้ เป็นอย่างดี ส่วนเป้าหมายอีกข้อหนึ่งคือเพื่อเป็นการช่วยคัดเลือกและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เป็นเป้าหมายที่พบในเครือข่ายที่ทำงานเรื่องการส่งเสริมโรงเรียนชาวนา ซึ่งในเครือข่ายนี้ได้พบว่าการปลูกข้าวต้นเดียวจะทำให้การคัดเลือกและผลิต เมล็ดพันธุ์สำหรับแจกจ่ายชาวนาที่เป็นสมาชิกโรงเรียนชาวนาสามารถทำได้อย่าง มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับรูปแบบขั้นตอนการนำการปลูกข้าวต้นเดียวไปใช้นั้น พบว่าเกือบทุกเครือข่ายจะมีขั้นตอนที่คล้ายกันคือในขั้นแรกจะเป็นการหา ข้อมูลของการปลูกข้าวต้นเดียวก่อน ซึ่งบางเครือข่ายก็ใช้การไปดูงานในที่ ๆ ประสบความสำเร็จมาก่อน ขณะที่บางเครือข่ายใช้วิธีหาความรู้จากเอกสาร จากนั้นในขั้นตอนต่อมาคือการนำมาทดลองในแปลงของตนเองซึ่งส่วนมากจะเริ่ม ทดลองจากแปลงเล็ก ๆ ก่อน เมื่อประสบผลสำเร็จจึงค่อยขยายเนื้อที่ในการปลูก รวมถึงการขยายสมาชิกที่ปลูกข้าวต้นเดียวในชุมชนเพิ่มขึ้น ขั้นตอนหลังจากนั้นคือในเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จก็อาจจะมีชุมชนจากที่ อื่นมาศึกษาดูงาน รวมถึงการที่สมาชิกในเครือข่ายได้ขึ้นมาเป็นวิทยากรชาวบ้านในการให้ความรู้ เรื่องการปลูกข้าวต้นเดียว ซึ่งการที่แต่ละเครือข่ายจะอยู่ในขั้นตอนไหนนั้นก็จะขึ้นกับว่าเครือข่าย นั้นมีการดำเนินงานเรื่องการปลูกข้าวต้นเดียวมานานแค่ไหนและประสบผลสำเร็จ มากเพียงใด

ส่วนปัญหาและอุปสรรคในการปลูกข้าวต้นเดียวนั้นอาจแบ่งได้เป็น 2 ระดับโดยในระดับแรกนั้นเป็นปัญหาในเชิงเทคนิคของการปลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนต้นกล้าที่จะลงปลูก อายุของต้นกล้าที่จะนำไปปลูก หรือเรื่องการควบคุมระดับน้ำในนาข้าว ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะสัมพันธ์กับปัญหาศัตรูพืชในนาข้าวด้วย เช่นการควบคุมระดับน้ำก็จะสัมพันธ์กับวัชพืชที่จะขึ้นในนาข้าวด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องจำนวนกล้า อายุกล้า และการควบคุมระดับน้ำนั้นจึงต้องขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละพื้นที่ที่ปลูกว่า ระดับไหนจึงมีความเหมาะสมกับการปลูกข้าวต้นเดียวในพื้นที่ของตน

อีกปัญหาหนึ่งที่พบคือปัญหาในระดับสังคมชุมชน ได้แก่ปัญหาการที่คนในชุมชนอื่น ๆ ไม่มีความมั่นใจว่าการปลูกข้าวต้นเดียวจะได้ผล ซึ่งปัญหานี้มักเกิดในกรณีที่เครือข่ายที่ปลูกข้าวต้นเดียวต้องจ้างคนหรือมี การลงแขก เอามื้อเอาวัน โดยให้เพื่อนบ้านที่อยู่ในชุมชนมาช่วยปลูก หรืออาจจะเป็นญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ที่มาช่วยปลูก ซึ่งคนอื่นที่เคยชินกับการปลูกข้าวแบบทั่วไปย่อมไม่มีความมั่นใจในการปลูก แบบต้นเดียว จึงทำให้เกิดคำถามต่าง ๆ ความรู้สึกไม่มั่นใจ และอาจจะตามมาด้วยการถูกคนอื่น ๆ ในชุมชนมองว่าเป็น “ผีบ้า” ที่ทำอะไรไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งปัญหานี้เป็นสิ่งที่ทุกเครือข่ายที่มาเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ต้อง ประสบมาแล้วทั้งสิ้น และทางแก้ที่แต่ละเครือข่ายทำได้ก็คือการใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ซึ่งหาก การปลูกข้าวต้นเดียวได้ผลดีก็จะทำให้คนในชุมชนหันมายอมรับในภายหลังเอง

ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นต่อการปลูกข้าวต้นเดียว : photo by Alongkorn ส่วนสุดท้ายที่ร่วมแลกเปลี่ยนกันคือแนวทางในการส่งเสริมให้คนในชุมชนหัน มาปลูกข้าวต้นเดียวสามารถสรุปได้ดังนี้คือ แต่ละเครือข่ายจะต้องมีความพร้อมในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ที่จะนำไปปลูก ต้องสามารถควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในความต้องการได้ และต้องมีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกด้วย ซึ่งหากมีทั้ง 3 สิ่งนี้แล้วก็จะทำให้การปลูกข้าวต้นเดียวให้ผลสำเร็จที่ดี ซึ่งจะทำให้คนในชุมชนหันมายอมรับเทคนิคการปลูกข้าวต้นเดียวได้ง่ายขึ้น ส่วนการขยายสมาชิกในชุมชนนั้นจะต้องคัดเลือกจากคนที่สนใจการปลูกข้าวต้น เดียวจริงๆ ซึ่งจะทำให้ประสบผลสำเร็จได้ง่ายกว่า ซึ่งหากเครือข่ายสามารถสร้างความสำเร็จจากจุดเล็ก ๆ นี้ได้ก็จะทำให้คนอื่น ๆ ในชุมชนหันมาสนใจนำเทคนิคนี้ไปใช้ในภายหลังได้ต่อไปในอนาคต

 

avatar

เกษตรกร

นักพรตขาว แห่งเทือกเขาอันไกลโพ้น