ทำไมยิวจึงสามารถส่งออกพืชผักขายได้ทั้งที่เป็นทะเลทราย

ทำไมยิวจึงสามารถส่งออกพืชผักขายได้ทั้งที่เป็นทะเลทราย

 

เดือนตุลาคม พ.ศ. 2489
ณ ทะเลทราย Negev ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิสราเอล มีผู้ลี้ภัยจากประเทศอิหร่านกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหลบหนีภัยสงครามจากประเทศบ้านเกิด ได้มาขออาศัยอยู่กับชาวบ้านที่นี่ ต่อมาได้ร่วมกันก่อตั้งเป็นชุมชนขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า Kibbutz Hatzerim

 

** คำว่า Kibbutz ถูกใช้ในประเทศอิสราเอล หมายถึงชุมชนหรือกลุ่มบุคคลที่มาอยู่ร่วมกันโดยสมัครใจ มีอุดมการณ์ร่วมกัน โดยถือคติว่า “Do-it-ourselves” ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของส่วนกลางและใช้ร่วมกัน สมาชิกจะได้รับมอบหมายแบ่งหน้าที่กันทำงาน ส่วนใหญ่ทำการเกษตร (คล้ายๆกับสหกรณ์ในบ้านเรา) ปัจจุบันมี Kibbutz ประมาณ สองร้อยกว่าแห่งกระจายไปทั่วอิสราเอล **

 

ใน Kibbutz Hatzerim คนในชุมชนก็ทำเกษตรกรรมเพื่อหาเลี้ยงชีพเหมือนกับ Kibbutz อื่นๆ แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่เป็นทะเลทราย มีข้อจำกัดทางด้านการชลประทาน ทำให้ทุกคนต้องช่วยกันบริหารน้ำกันอย่างสุดความสามารถ

อย่างไรก็ดี ด้วยระเบียบวินัย และความสามารถของคนในชุมชน ก็ทำให้ Kibbutz Hatzerim เจริญเติบโตขึ้นอย่างเรื่อยๆ จนมีผลผลิตเหลือพอที่จะส่งขายไปยังต่างแดน

 

กระทั่งในปี พ.ศ. 2508 เมื่อเงินในชุมชนมีมากพอ Kibbutz Hatzerim ก็ต้องการที่จะพัฒนาระบบน้ำที่ใช้การเกษตรให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น จึงได้ว่าจ้างวิศวกรชาย ชาวอิสราเอลชื่อ Simcha Blass มาเพื่อวางระบบชลประทานใหม่

Simcha Blass วัย 68 ปี ผู้มากด้วยประสบการณ์ ก็ได้ลงมาตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด แต่ด้วยความช่างสังเกต เขาได้พบว่ามีต้นไม้ต้นหนึ่งเจริญเติบโตกว่าเพื่อน ทั้งที่ต้นอื่นๆในบริเวณโดยรอบนั้นเตี้ยหมด

Simcha จึงเดินเข้าไปตรวจสอบ นั่นเองทำให้เขาพบว่า ต้นไม้ต้นนี้มีแนวท่อประปาพาดผ่าน แต่ที่แปลกคือท่อประปาเส้นนี้มีรอยแตกเล็กๆ ทำให้มีน้ำหยดออกมาทีละหยด ทีละหยด ตรงบริเวณรากของต้นไม้พอดี

Simchaไม่แน่ใจว่าการที่ต้นไม้ต้นนี้เจริญเติบโตดีเป็นเพราะเรื่องบังเอิญหรือไม่ จึงได้ทำการทดลองปลูกพืช โดยแบ่งการให้น้ำเป็น 3 วิธี คือ รดน้ำแบบปกติ / แบบใช้สปริงเกอร์ /และแบบหยดลงรากทีละหยด แต่สม่ำเสมอ

 

พอเดาออกใช้ไหมครับว่าแบบไหนดีที่สุด?

ครับ แบบหยดลงรากชนะเลิศ

เขาได้ลองนำวิธีนี้ไปใช้จริงในชุมชน โดยทดลองกับ พีช สาลี่ และแอปริคอต

ในระยะเวลาที่เท่ากัน วิธีชลประทานแบบหยดน้ำ สามารถให้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ แถมใช้น้ำลดลงถึง 50 เปอร์เซนต์

Simcha แทบจะกรี๊ด เขารู้เลยว่าได้ค้นพบความลับอันสุดยอดเข้าให้แล้ว

บางคนใน Kibbutz เสนอไอเดียว่า ควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเฉพาะชุมชนของเรา เพื่อจะได้ส่งผักผลไม้ไปขายได้กำไรกันมากมาย

แต่ Simcha ไม่คิดแบบนั้น เขารู้เลยว่าด้วยระบบชลประทานแบบหยดน้ำนี้ สามารถสร้างเป็นธุรกิจใหม่เพื่อปฏิวัติวงการเกษตรกรรมของโลกใบนี้ได้ แถมผลตอบแทนก็ดีกว่าขายผัก ผลไม้เยอะ หลังจากเสนอไอเดีย คนในชุมชนก็เห็นดีด้วย

 

ในที่สุด Simcha Blass และ Kibbutz Hatzerim จึงจัดตั้งบริษัท Netafim ขึ้นมาในปี 2509

ในช่วงเริ่มต้น Netafim รับวางระบบชลประทานแบบหยดน้ำให้กับ Kibbutz ต่างๆทั่วประเทศอิสราเอล โดยใช้ท่อประปาและเครื่องส่งน้ำเฉพาะของบริษัท ทำให้ประเทศอิสราเอลสามารถเปลี่ยนจากผู้นำเข้า เป็นผู้ส่งออกสินค้าประเภทเกษตรกรรมได้

แต่ธุรกิจก็ไม่ได้ราบเรียบเสมอไป เมื่อลูกค้าของ Netafim ใช้งานไปเรื่อยๆ ก็พบปัญหาเดียวกันคือ ชอบมีเศษมาเกาะที่รูที่ท่อส่งน้ำ ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย จะทำความสะอาดก็ยากเพราะรูตรงท่อค่อนข้างเล็ก

 

ปัญหาอีกอย่างคือ เครื่องส่งน้ำไม่สามารถปรับแรงดันน้ำเองได้ หากเจอพื้นที่ที่แรงดันน้ำน้อยมากๆ เครื่องก็ไม่สามารถส่งน้ำมาที่ท่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ทีมงานวิศวกรก็ได้แก้ปัญหาเรื่อยมา จนได้สร้างเครื่องส่งน้ำที่สามารถปรับความดันให้สม่ำเสมอเองได้ ไม่ว่าจะเจอสภาพแรงดันน้ำมากหรือน้อย แถมยังมีระบบทำความสะอาดตัวเองภายในท่ออีกด้วย

ปัจจุบัน บริษัท Netafim มีมูลค่าประมาณ 800 ล้านเหรียญ และได้ขยายธุรกิจไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย

แม้จะเป็นบริษัทที่แสวงหากำไร แต่ก็ถือว่าคุณูปการของ Netafim นับว่ามีผลกระทบต่อโลกนี้มาก ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้มากขึ้นได้ สามารถทำให้ประเทศที่แห้งแล้งมีโอกาสทำมาหากินได้มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบอาหรับ

 

ข้อจำกัดในตอนนี้ของ Netafim ก็คือ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นในการวางระบบนั้น ค่อนข้างสูง ดังนั้นโจทย์ต่อไปของ Netafim คือ ต้องหานวัตกรรมที่สามารถลดต้นทุนของระบบนี้ลงมา เพื่อเข้าถึงเกษตรกรอีก 500 ล้านคนทั่วโลก

ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องของโชคล้วนๆ ที่ Simcha Blass มาที่ Kibbutz Hatzerim ในจะหวะเวลาที่ท่อประปาแตกพอดี
แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะหากวิศวกรคนนั้นไม่ใช่ Simcha Blass หรือหากใช่ แต่ดันมาเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป ก็อาจจะไม่มี Netafim ในวันนี้

เหมือนกับที่ Lucius Annaeus Seneca นักประพันธ์ชาวสเปนผู้โด่งดังได้กล่าวไว้ว่า

“Luck is what happens when preparation meets opportunity”

Cr : Iggy Kit ที่มา: Pink Planet TH
Credit ภาพ : israel21c.org

 

 

avatar

เกษตรกร

นักพรตขาว แห่งเทือกเขาอันไกลโพ้น