เกษตรกร จ.อ่างทอง ปลูกบัวฉลองขวัญ สวยงาม ฉายา “คิง ออฟ สยาม” กำหนดราคาเอง

ได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีไม้น้ำ” สำหรับ “ดอกบัว” เพราะนอกจากมีดอกที่สวยงามแล้ว “ดอกบัว” ยังเป็นพืชที่ชอบแดด เลี้ยงง่าย เหมาะกับสภาพภูมิอากาศประเทศไทย ปัจจุบันดอกบัวมีหลากหลายสายพันธุ์ หนึ่งในสายพันธุ์ที่สวยงามได้รับฉายา “คิง ออฟ สยาม”  คือ  “บัวฉลองขวัญ”

คุณชัยพล ธรรมสุวรรณ นักเลี้ยงบัวชาวแปดริ้ว คือผู้ที่ผสมพันธุ์บัวสายพันธุ์นี้ขึ้นมาเมื่อปี 2541 ซึ่งบัวฉลองขวัญผ่านการประกวดและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลกมาแล้ว

สำหรับที่มาของบัวฉลองขวัญ เกิดจากการผสมพันธุ์ของบัวที่ชื่อว่า บัว Colorata และบัวลาภประเสริฐ ซึ่งบัวต้นแรกมีสีม่วง ส่วนบัวต้นที่สองมีสีเหลือง สุดท้ายก็ได้ออกมาเป็นบัวสีม่วงน้ำเงิน โดยมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษอันไพเราะ ว่า King of Siam

บัวฉลองขวัญ เป็นบัวที่มีกลีบดอกสีม่วง ซ้อนกันหลายชั้น เป็นบัวที่มีดอกใหญ่ สามารถบานพร้อมกันหลายดอก ถ้าได้รับการดูแลที่ดี และเป็นบัวที่บานตอนกลางวัน และจุดเด่นของบัวฉลองขวัญ นอกจากดอกขนาดใหญ่มีความสวยงาม และยังเป็นบัวที่ เมื่อตัดดอก และนำมาจัดแจกัน สามารถอยู่ได้นาน 3-4 วัน ในพื้นที่ปกติ และถ้าอยู่ในห้องแอร์ หรือพื้นที่ปิดสามารถอยู่ได้นานถึง 7 วัน มีก้านที่แข็งแรง และเป็นบัวชนิดเดียวที่หุบ ตอนกลางคืน และบานในตอนกลางวัน

ด้วยความสวยและตลาดมีความต้องการ ฉะนั้นจึงมีเกษตรกรหลายรายสนใจเลี้ยง หนึ่งในนั้น คือ คุณชูศักดิ์ หงษ์ทอง เจ้าของไร่บัวฉลองขวัญ 5 ไร่ ที่อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ได้ยึดอาชีพการปลูกบัว และตัดดอกขาย สร้างรายได้มานานกว่า 6 ปีแล้ว

คุณชูศักดิ์ เล่าว่า ได้รู้จักบัวฉลองขวัญ จากการได้ไปดูบัวที่พิพิธภัณฑ์บัว ที่ สถาบันราชมงคลธัญบุรี หลังจากนั้นขอคำแนะนำ  จาก “คุณชัยพล” ผู้ที่ผสมพันธุ์บัวสายพันธุ์นี้ ก่อนจะตัดสินใจซื้อมาทดลองปลูก และตัดขายส่งโรงแรม ขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ส่งร้านดอกไม้ กำหนดราคาได้เอง ปัจจุบันขายราคาหน้าสวนดอกละ 20 บาท

พื้นที่ 1 ไร่ คุณชูศักดิ์จะปลูกบัวได้ 100 ต้น ไปจนถึง 200 ต้น  ด้านระยะเวลาในการปลูก เริ่มจากการเพาะในกระถาง 1 เดือน และลงบ่อ ใช้เวลาอีก 2 เดือน สรุปปลูก 3 เดือน สามารถตัดดอกขายได้

“บัว 1 ต้น ให้ดอกทุกวัน ปัญหาของบัวชนิดนี้ คือ ระวังยาฆ่าหญ้า เพราะจะทำให้บัวตาย และโรคที่มาจากแมลง เพลี้ยไฟ หนอนผีเสื้อกลางคืน และยังมีหอยเชอรี่ และปลากินพืช การตัดดอกบัวเพื่อจำหน่าย จะตัดบัวที่ตูม เมื่อนำไปส่งจะบานพร้อมใช้งานในวันถัดไป ส่วนต้นกล้าพันธุ์ จะมีราคาตั้งแต่ 100 บาท 150 บาท ไปจนถึง 200 บาท การดูแลรักษา เหมือนบัวทั่วไป คือ ใส่ปุ๋ยบำรุงบ้าง คอยดูแลเรื่องโรคที่จะมารบกวนบัว”

ส่วนผู้ที่สนใจ คุณชูศักดิ์พร้อมที่จะถ่ายทอดการปลูกในทุกขั้นตอน เพื่อให้สามารถนำไปปลูก ไม่ว่าจะปลูกเพื่อเป็นอาชีพ หรือปลูกเพื่อความสวยงาม ที่ผ่านมา มีผู้สนใจนำไปปลูกเป็นอาชีพ และปลูกเพื่อตกแต่งบ้าน

 

 ที่มา

avatar

เกษตรกร

นักพรตขาว แห่งเทือกเขาอันไกลโพ้น