พ่อผาย กับวลี “เราจะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร?”

top-scholar.jpg

เกษตรกรรมประณีตของพ่อผาย สร้อยสระกลาง

การทำการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อสาย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มากมาย พ่อผายทำการเกษตรประณีตในพื้นที่ 1 ไร่ โดยมิใช่เพียงรูปแบบที่เพียงจดจำหรือนำไปทำตาม  แต่สิ่งทีสำคัญมากกว่านั้น คือ แนวคิดในการทำการเกษตร  แนวคิดในการใช้ชีวิต  ซึ่งหากผู้ปฏิบัติยึดเพียงรูปแบบการทำเกษตรแบบประณีตในแปลง  การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนก็อาจไม่ประสบผล  เกษตรประณีตจะสมบูรณ์ต้องประกอบด้วยหลักคิดในการทำการเกษตรผสานกับหลักคิด ที่ต้องมีในตัวผู้ปฏิบัติ  ความสำคัญในการพัฒนาคนจึงมาก่อน

เกษตรประณีตเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพอเพียง  เกษตรพอเพียงตามแนวพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  เกษตรประณีตเป็นการทำให้คนลองใช้ความสามารถกับพื้นที่เล็กๆ ก่อน  เมื่อมีความชำนาญแล้วก็ขยายไปสู่พื้นที่ที่มากกว่า 1 ไร่  มีการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง  ลดรายจ่าย  เพิ่มรายได้  เมื่อทำไปก็จะพึ่งตนเองได้  ไม่ยากจน  และสามารถปลดภาระหนี้สินได้

ก่อนที่จะทำเกษตรประณีตพ่อผายเคยทำเกษตรผสมผสานมาก่อน  จึงได้นำองค์ความรู้เดิมมาออกแบบจัดสรรพื้นที่ 1 ไร่  ซึ่งในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์เป็นพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง  ไม่มีลำคลอง  ไม่มีห้วย  ฉะนั้นเรื่องน้ำจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องอื่น

ในพื้นที่จึงมีการขุดสระน้ำและนำน้ำบาดาลมาใช้เพื่อการเกษตร  ต้องวางแผนในการจัดการพื้นที่  หมุนเวียนกิจกรรมให้ลงตัว  มีพืชให้ร่มเงาเนื่องจากผักบางชนิดชอบที่ร่ม อาทิ ผักหวาน กระชาย กระบุก  จัดที่สำหรับไม้เลื้อย ไม้เถาวัลย์ ไม้พุ่ม  มีผักที่ผิวดิน  ผักกินหัว  มีผักปลูกหมุนเวียนในแปลงตลอดทั้งปี  ฤดูไหนปลูกผักอะไรจึงจะงามดี  ความต้องการน้ำและแสงของพืชแต่ละชนิดต่างกัน  ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวต่างกัน  ส่วนสัตว์ อาทิ ไก่ หมู วัว ปลา  สัตว์ที่เลี้ยงเป็นอย่างไร  ระยะเวลาในการเลี้ยงต่างกัน

สิ่งเหล่านี้สามารถใช้บริโภคในครัวเรือนและขายเพื่อลดหนี้ได้  เลือกบางชนิดที่มีราคาดีพอที่จะมีรายได้มาหมุนเวียนบ้าง  หากรู้รายละเอียดในส่วนต่างๆ ทั้งหมดก็สามารถกำหนดแผนการปฏิบัติงานในพื้นที่แต่ละวันได้  รวมถึงต้องรู้ปัญหาในพื้นที่ของเราด้วย และจะแก้ปัญหาอย่างไร  ในการทำไร่ของพ่อผายแต่ละวันใช้เวลาเพียงวันละ 2-3 ชั่วโมง  1 ไร่ของพ่อผายสามารถเลี้ยงคนได้ 4-5 คน

ปราชญ์ชาว บ้าน – พ่อผาย สร้อยสระกลาง

ชีวิตที่ไม่ธรรมดาก่อนจะมาเป็นปราชญ์ชาวบ้าน

แม่ไปไฮ่หมกไข่มาหา แม่ไปนาหมกไข่ปลามาป้อน แม่เลี้ยงหม่อนอยู่ป่าสวนหม่อน”  เป็นเพลงกล่อมลูกๆของแม่ ที่พ่อผายยังจำได้ขึ้นใจและมีผลต่อการใช้ชีวิตกระทั่งปัจจุบันเพราะครอบครัวยากจน เด็กชายผายจึงมีโอกาสได้เรียนแค่ชั้น ป. 4 ก็ต้องออกมาเป็นลูกจ้างเลี้ยงวัว ต่อมาไม่นานพ่อแม่ก็เสียชีวิตลง ด้วยอายุเพียง 15 ปีจึงมีภาระต้องดูแลน้องอีก 3 คน ด้วยผืนนามรดก 10 ไร่ เมื่ออายุ 17 มีโอกาสบวชเรียนและสอบได้นักธรรมโท แล้วสึกออกมาแต่งงานกับแม่ลา และได้เป็นผู้ใหญ่บ้านสระคูณ

ด้วยคะแนนศรัทธาท่วมท้นจากชาวบ้าน พ่อผายนำเพลงกล่อมเด็กที่จำขึ้นใจของแม่เป็นแนวคิดแนวทางแก้ปัญหาปากท้องคน ชนบท เพราะเกือบทุกครัวเรือนล้วนทอผ้า พ่อผายจึงใช้ที่ดินสาธารณะของชุมชน 400 ไร่พาชาวบ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และยังตั้งกองทุนสวัสดิการบ้านสระคูณ

จุดเปลี่ยนทางความคิดอีกครั้งเกิดขึ้นในปี 2525 ภัยแล้งจัดทำให้เกิดปัญหาปากท้องในพื้นที่ พ่อผายเกิดความคิดว่าต้องช่วยตัวเองก่อนแล้วจึงกลับมาช่วยชาวบ้าน จึงกู้เงิน ธกส.ไปซื้อที่แล้วถางป่าปลูกข้าวโพดต่างอำเภอ ปีแรกได้ราคาดีแต่ผลผลิตไม่ดี ปีที่สองผลผลิตมากแต่ราคาต่ำเพราะไม่มีอำนาจต่อรอง

ประสบการณ์ครั้งนั้นสอนบทเรียนว่าความโลภอยากรวยสร้างหนี้ ทำลายสิ่งแวดล้อม และยังทำลายครอบครัว สังคม เพราะการละถิ่นฐาน พ่อผายนั่งสมาธิเพื่อหาทางออก จนคิดได้ว่าต้องกลับมาตั้งหลักบ้านเกิด   จงเป็นชาวนาที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและมีความสุข ด้วยภาพฝันที่ผู้คนรักใคร่สามัคคี ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ พ่อผายตั้งมั่นว่า “จะไม่เอาเงินเป็นตัวตั้ง แต่จะเอางานและความสุขเป็นตัวตั้ง”  จึงขายที่บางส่วนใช้หนี้ ธกส.จนหมด และเริ่มต้นทำเกษตรผสมผสาน

“เราเป็นชาวนา จะไปเป็นนายอำเภอ ไปเป็นหมอย่อมฝืนธรรมชาติ น่าจะเป็นชาวนาที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี และที่สำคัญมีความสุข”

ความสุขที่ว่าของพ่อผายคือ มีหลักประกันชีวิตครบถ้วน มีสุขภาพกายและใจแข็งแรง มีครอบครัวอบอุ่น มีชุมชนเข้มแข็ง มีสิ่งแวดล้อมดี มีอิสรภาพ มีความภาคภูมิใจและเข้าถึงธรรมะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง

พ่อผายใช้เวลา 8 เดือน ใช้จอบขุดดินปั้นสระด้วยมือเพียงลำพัง ด้วยภาพฝันที่จะมีต้นไม้หลายชนิดรายรอบสระ โดยไม่ฟังคำทัดทานของเมียที่เห็นว่าที่ดินมีน้อยน่าจะเอาไว้ทำนา แกยังดั้นด้นไปเรียนวิชาเลี้ยงปลาที่ขอนแก่นกลับมาพร้อมลูกปลา 1,000 ตัว และแล้วเมื่อผลผลิตเป็นปลาตัวโตๆพ่อผายก็สามารถขยายแนวร่วมในครอบครัวได้

จากครอบครัวก็กลายเป็นทั้งชุมชนบ้านสระคูณที่ขุดบ่อเลี้ยงปลาทำเกษตรผสมผสาน พ่อผายสรุปความสุขตามแนวทางและรูปธรรมนี้ คือ
1.เศรษฐกิจดีขึ้น จากรายจ่ายที่ลดลงรายได้เพิ่มขึ้น เหลือกินเหลือแจกเหลือขาย
2.สิ่งแวดล้อมดีขึ้น จากดินดีน้ำดี มีไม้ยืนต้น ไม้ใช้สอย ผักผลไม้ปลอดสารพิษ
3.สุขภาพดีขึ้น กินได้นอนหลับไม่มีหนี้ มีสมุนไพรเป็นอาหารและยา
4.ปัญญา ดีขึ้น จากการเรียนรู้พึ่งตนเองและพึ่งพิงกัน
5.สังคมดีขึ้น มีเพื่อนกว่า 200 หมู่บ้านใน 7 จังหวัดที่ชวนกันคิดดีทำดีเพื่อสังคม

และนี่คือบทสรุปของคำว่า “ชาวนาที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมีความสุข” คือปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาเศรษฐกิจพอเพียงประจำปี 2553 “พ่อผาย สร้อยสระกลาง”

One thought on “พ่อผาย กับวลี “เราจะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร?””

  1. avatar ชบาบานฉ่ำ says:

    “ขี้ควายเอามาใส่ดินเลวๆ ปลูกอะไรก็ขึ้น ไปทำไมซุปเปอร์มาร์เก็ต ของเราก็มี”

Leave a Reply

Top