กุ้งกุลาดำโอเมก้า3 1ตัว=กะพงครึ่งตัว

กุ้งกุลาดำแต่เดิมเป็นกุ้งบริโภคและส่งออกหลักของไทย จนเกิดกระแสฟีเวอร์ ยิ่งลงยิ่งรวย แต่ด้วยแต่ละครอปลงกุ้งได้น้อยแค่ไร่ละ 5-6 หมื่นตัว เกษตรกรเลยเกิดความโลภลงกุ้งจนแน่นบ่อ ส่งผลให้โรคระบาด การทำลายสิ่งแวดล้อมเกิดตามมา ในที่สุดอุตสาหกรรมกุ้งกุลาดำเลยสูญสลายตั้งแต่นั้นมา กระทั่งกุ้งขาวแวนนาไมเข้ามาแทนที่จนบัดนี้

ในปัจจุบันจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งนับหมื่นราย เหลือแค่ประมาณ 100 รายเท่านั้นที่ยังคงเลี้ยงกุ้งกุลาดำอยู่อย่างจริงจัง ส่งกุ้งไซส์ใหญ่ ราคาดีเข้าตลาดจีน ทำให้พวกที่ยังเลี้ยงต้องแข่งกันทำกุ้งคุณภาพออกมา

ด้วยความต้องการให้กุ้งกุลาดำกลับมาเป็นที่นิยมบริโภคอีกครั้ง เพื่อให้คนไทยจะได้กินกุ้งรสชาติอร่อยกว่ากุ้งขาวพร้อมกับมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าเดิม ศักดิ์สหกรณ์ คงสมุทร กรรมการผู้จัดการภูเก็ตกรีนชริมป์ ร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือไบโอเทค พัฒนาจุลินทรีย์มาผสมในอาหารกุ้ง เพื่อให้กุ้งกุลาดำมีโอเมก้า 3 เพิ่มขึ้น กินกุ้งแค่ 1 ตัว ได้โอเมก้า 3 เท่ากับกินปลากะพงครึ่ง กก.

“โดยส่วนตัวแม้จะรู้อยู่แล้ว กุ้งกุลาดำกลับมาแข่งกับกุ้งขาวไม่ได้ แต่อยากให้คนไทยได้บริโภคกุ้งที่มีประโยชน์ จึงต้องพยายามสร้างจุดขายให้กุ้งของตัวเอง เลยร่วมกับ ดร.พนิดา อุนะกุล นักวิจัยของไบโอเทค วิจัยและพัฒนาจุลินทรีย์ทะเล Aurantiochytrium Limacinum BCC52274 ซึ่งสามารถสร้างและสะสมโอเมก้า 3 ชนิด DHA และ EPA ที่ไม่มีในพืชและร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้”

ศักดิ์สหกรณ์ อธิบายว่า จุลินทรีย์ชนิดนี้ เป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นตามป่าชายเลนทั่วไป มีคุณสมบัติผลิตโอเมก้า 3 ทั้ง 2 ชนิดได้สูง นักวิจัยเลยนำมาทดลองคัดแยกในระดับห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ได้จุลินทรีย์บริสุทธิ์ จากนั้นนำมาเลี้ยงในอาหารเหลว 3 วัน เพื่อเพิ่มปริมาณ แล้วนำไปทำเป็นผง เพื่อผสมกับอาหารกุ้งในช่วงอายุก่อนจับ 45 วัน โดยนำจุลินทรีย์มาคลุกกับอาหารกุ้งในอัตรา 2-5 กรัมต่ออาหาร 1 กก. ให้อาหารวันละ 4 มื้อ จากนั้นจุลินทรีย์ที่กุ้งกินเข้าไปจะไปสร้างโอเมก้า 3 ให้สะสมอยู่ในตัวกุ้ง

และหลังจากที่กุ้งได้กินอาหารสูตรนี้แล้ว ทำให้ปริมาณโอเมก้า 3 เพิ่มขึ้นมาเป็น 1-2 กรัมต่อกุ้งกุลาดำ 1 ตัว จากเดิมการเลี้ยงแบบให้อาหารเม็ดทั่วไปแทบไม่มีโอเมก้า 3 อยู่เลย ในขณะที่กุ้งกุลาดำจับจากธรรมชาติจะมีโอเมก้า 3 ประมาณ 0.2-0.3 กรัม เท่านั้น.

 

ที่มา

avatar

เกษตรกร

นักพรตขาว แห่งเทือกเขาอันไกลโพ้น