ค้นพบความสุขในวัยเกษียณ ปลูกส้มโออินทรีย์ กำหนดราคาขายเอง โกยรายได้ทะลุหลักแสนต่อปี

เออร์ลี่รีไทร์จากงานราชการ กลับมาสานต่ออาชีพเกษตรกรปลูกส้มโอต่อจากบรรพบุรุษ สร้างความสุขลดต้นทุน แถมเพิ่มรายได้ โดยไม่ใช้สารเคมี หัวคิดดีปลูกผลไม้แซมต้นส้มโอ กำหนดราคาขายเอง โกยรายได้ทะลุหลักแสนต่อปี

ลุงอุบล การะเวก อดีตข้าราชการ ได้ตัดสินใจลาออกก่อนเกษียณเมื่ออายุ 56 ปี เพื่อทำสวนส้มโอ บนที่ดินมรดกเนื้อที่ 8 ไร่ของคุณพ่อ ในพื้นที่ ตำบลบางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม ปัจจุบัน สวนแห่งนี้นับเป็นสวนส้มโออินทรีย์ แห่งแรกและหนึ่งเดียวในพื้นที่ตำบลบางเตย

ครอบครัวของลุงอุบลทำสวนส้มโอมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เมื่อลาออกจากราชการมาดูแลรับผิดชอบสวนส้มโอแห่งนี้อย่างเต็มตัวเมื่อ 8 ปีก่อน ต้นส้มโอที่ปลูกมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อนั้น มีหลายช่วงอายุ ทั้งต้นส้มโออายุ 20 ปี ไปจนถึงต้นส้มโออายุ 40-50 ปี ที่ยังให้ผลผลิตที่ดี มีรายได้เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูครอบครัว

ลุงอุบล การะเวก

ปี 2554 เกิดปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ต้นส้มโอเจอน้ำท่วมขังนานประมาณ 45 วัน ทำให้ต้นส้มโอยืนต้นตายหมดทั้งสวน ลุงอุบลต้องมาลงทุนทำสวนส้มโอใหม่อีกรอบ โดยหาซื้อกิ่งพันธุ์ส้มโอขาวน้ำผึ้งและทองดี อย่างละ 150 ต้น จากแหล่งพันธุ์ที่มีคุณภาพดีและเชื่อถือได้

การปลูกดูแล

ลุงอุบล วัย 64 ปี เล่าให้ฟังว่า ผมหาซื้อกิ่งส้มโอ จำนวน 300 ต้น มาปลูกในแปลงยกร่อง ในระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 7-8 ศอก รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเล็กน้อย หลังปลูกก็ดูแลให้น้ำต้นส้มโอตามปกติ พื้นที่ 1 ไร่สามารถปลูกส้มโอได้ 40 ต้น ที่นี่ดูแลจัดการสวนแบบผสมผสาน ภายในสวนปลูกแซมด้วยกล้วยหลากหลายพันธุ์ รวมทั้งมะนาว เพื่อให้มีผลผลิตขายได้ทั้งปี

ลุงอุบลนำต้นส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง มาปลูกสลับแปลงกับต้นส้มโอพันธุ์ทองดี จนเต็มพื้นที่ 8 ไร่ เช่นเดียวกับเกษตรกรชาวสวนส้มโอจำนวนมากที่เชื่อว่า การปลูกส้มโอคนละพันธุ์แบบสลับแปลงกันจะช่วยให้ผลส้มโอไร้เมล็ด ซึ่งลุงอุบลได้ข้อสรุปว่า ความเชื่อดังกล่าวไม่ได้ผลเต็มร้อย เพราะทุกวันนี้ ผลผลิตที่ได้ยังมีเมล็ดอยู่ แต่เจอผลส้มโอที่ไร้เมล็ดอยู่บ้าง

“ช่วงแรกที่ลงกิ่งตอนต้องใช้ปุ๋ยเคมีประคองให้ต้นแตกกิ่งอ่อนประมาณ 5-6 เดือนจนต้นเป็นพุ่มจึงหยุดใช้ปุ๋ยเคมี จากนั้นหันมาใช้น้ำหมักมูลสุกรคอยรดโคนต้น เพราะน้ำหมักมีธาตุอาหารของดินครบถ้วน คือ NPK พอๆกับปุ๋ยเคมีที่โฆษณากัน นอกจากนี้จะช่วยปรับสภาพให้ดินเป็นกรดเป็นด่างดีขึ้น” ลุงอุบล กล่าว

การบริหารจัดการสวนส้มโออินทรีย์

ลุงอุบล หัวหน้ากลุ่มเกษตรอินทรีย์หอมเกร็ด เครือข่ายสามพรานโมเดล เล่าให้ฟังว่า สมัยรุ่นคุณพ่อ ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีในการดูแลสวนส้มโอ แต่เนื่องจากผมไม่ชอบสารเคมีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงค่อยๆ ปรับลดปริมาณปุ๋ยเคมีลง หันมาศึกษาเรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักชนิดต่างๆ เพื่อทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี ต่อมาผมได้รู้จักกับ มูลนิธิสังคมสุขใจ ที่ขับเคลื่อนโครงการสามพรานโมเดล ทำให้ได้รับองค์ความรู้ในเรื่องมาตรฐานการทำเกษตรแบบอินทรีย์แบบครบวงจรทำให้มีพี่เลี้ยงที่คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการจัดการในเรื่องต่างๆ อีกทั้งยังแนะนำช่องทางการตลาดให้อีกด้วย

“สามพรานโมเดลไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือ แต่เข้ามาสอนให้เรารู้จักการทำธุรกิจ การบริหารจัดการ ให้เราคำนวณต้นทุนเป็น เน้นการจดบันทึก ซึ่งทำให้รู้ต้นทุนที่แท้จริง และสามารถกำหนดราคาขายเองได้ กระบวนการเหล่านี้ยังสามารถคำนวณรายได้ล่วงหน้าที่ค่อนข้างแน่นอน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับเกษตรกร” ลุงอุบล กล่าว

หลังจากลุงอุบลหันมาทำสวนส้มโอระบบอินทรีย์ พบว่า ตั้งแต่เลิกใช้ปุ๋ยเคมีสามารถลดต้นทุนได้ราว 80- 90 % เพราะรายได้ส่วนใหญ่หมดไปกับการซื้อปุ๋ยเคมี แต่เมื่อเข้าสู่ระบบอินทรีย์ ต้นทุนเราแค่ซื้อมูลสัตว์ (สุกร) เพื่อมาหมักทำปุ๋ยคอก ส่วนสมุนไพรที่ทำน้ำหมักชีวภาพต่างๆ เราหาเองได้ซื้อก็ราคาไม่สูงนัก นอกจากนี้มีค่าน้ำมันสำหรับเครื่องตัดหญ้า ค่าไฟไปสำหรับการให้น้ำทางสปริงเกลอร์ และอื่นๆ บ้างเท่าที่จำเป็น ส่วนเงินที่เหลือนั่นคือ กำไร

อย่าง น้ำสกัดจากมูลสุกร สารสกัดจากสะเดา ไตรโคเดอร์มา เชื้อราบิวเวอร์เรีย สามารถทำได้เอง เช่นน้ำหมักมูลสุกร ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากเลย โดยใช้มูลสุกรแห้ง 1 กก.ต่อน้ำ 7 ลิตรหมักทิ้งไว้ 1 วัน 1 คืน แล้วตักตะกอนขึ้นมาเก็บไปใส่โคนต้นส้มโอต่อ หลังจากนั้นทิ้งน้ำหมักไว้ 1 เดือนเพื่อให้หมดก๊าซ จากนั้นนำไปผสมน้ำ 20 ลิตรเพื่อใช้รดโคนต้น 15 วันรดครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ยังใช้สารชีวภาพฉีดป้องกันเพลี้ยไฟแดง ซึ่งผสมรวมกันกับน้ำหมักมูลสุกรฉีดพ่นเพื่อประหยัดแรงงาน

หรือการทำ เชื้อราไตรโครเดอร์มา เพื่อใช้ป้องกันรากเน่าโคนเน่า ก็ทำได้ไม่ยาก โดยนำมาเพาะเชื้อเองให้อาหารเป็นรำข้าว จากเชื้อราเพียงน้อยนิดเมื่อได้รำข้าวจะแพร่กระจายไปได้เร็ว นำมาผสมน้ำฉีดจะฉีดก่อนเข้าช่วงหน้าฝน ผสมกับน้ำมูลสุกรเช่นกันรดไปที่เดียว

สารชีวภาพเหล่านี้ไม่ได้ทำให้แมลงตาย แต่จะทำหน้าที่ควบคุมแมลงศัตรูพืชไม่ให้ขยายพันธุ์ ที่คุมได้อยู่คือเพลี้ยไฟ ไรแดง สวนที่ใช้เคมี บางครั้งใช้ยาแล้วยังเอาไม่อยู่ ต้องยอมให้เพลี้ยไฟ ลงทั้งสวน ส่วนปัญหาโรคหนอนชอนใบใช้เชื้อราบิวเวอร์เรีย ที่สำคัญการเลือกใช้ธรรมชาติมาดูแลต้นส้มโอ ตั้งแต่ต้นจะช่วยทำให้อายุของต้นยืนยาว

ทั้งนี้ในสวนของลุงอุบล นอกจากส้มโอ ยังปลูก กล้วยหลากหลายพันธุ์ รวมทั้งมะนาว แซมไว้ระหว่างต้นส้มโอ เพื่อให้มีผลผลิตเหล่านี้ขายได้ทั้งปี และที่สำคัญการทำสวนอินทรีย์ลดต้นทุนเห็นได้ชัด เพราะจากที่ลุงบอกเล่าถึงวิธีการใช้ปุ๋ย ใช้สารชีวภาพต่างๆ มีค่าใช้จ่ายน้อยมาก แต่ที่ลงทุนมากเห็นจะเป็นแรงกาย และความเพียรมากกว่า

ข้อดีของการปลูกส้มโออินทรีย์

ลุงอุบลแจกแจง คุณลักษณะพิเศษของส้มโอที่ผลผลิตระบบอินทรีย์ ให้ฟังว่า ส้มโออินทรีย์ เนื้อจะแห้งไม่ฉ่ำน้ำ แม้จะเก็บไว้หลายวัน ส่วนความหวานนั้นอาจจะน้อยกว่าเคมี แต่ไม่ต่างกันมากหวานแบบธรรมชาติ ทั้งนี้ส้มโอที่ใช้เคมีก่อนเก็บจะใส่ปุ๋ยเพิ่มความหวาน เท่ากับว่ากินความหวานจากปุ๋ยเคมีเข้าไป

โดยทั่วไป พ่อค้ามักซื้อส้มโออินทรีย์ในราคาเท่ากับส้มโอที่ปลูกโดยใช้สารเคมี โดยรับซื้อส้มโอพันธุ์ทองดี ในราคาหน้าสวน ลูกละ 40 บาท ขาวน้ำผึ้ง 100-120 บาท แต่ลุงอุบลส่งส้มโออินทรีย์ขายให้กับ โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ ผ่านโครงการสามพรานโมเดล ได้ในราคาที่สูงกว่า

สำหรับส้มโอพันธุ์ทองดี ขายได้ลูกละ 90 บาท ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งขายได้ลูกละ 150 บาท เนื่องจากทางโรงแรมเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถกำหนดราคาขายได้เองตามความเหมาะสมที่ทั้งสองฝ่ายรับได้

“ผมยืนยันได้ว่า การทำส้มโออินทรีย์ไม่ยากเลย เพียงแต่เกษตรกรยึดติดกับเคมีมากเกินไป ถ้าใจยอมที่จะเปลี่ยนก็สามารถเอาชนะสิ่งต่างๆ ได้ไม่ยาก เพียงแค่อดทนในช่วงระยะปรับเปลี่ยน หนึ่งถึงสองปีแรกเท่านั้นเอง พอปีที่สามเริ่มเห็นผลความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ของดิน ระบบนิเวศน์ที่เกื้อกูลกับธรรมชาติ ส่วนผลผลิตที่ได้รูปร่างไม่ได้ต่างจากเคมีมากนัก ผิวสวย ผลโต รสชาติก็ดี” ลุงอุบล กล่าว

ปัจจุบัน สวนของลุงอุบล มีพื้นที่ทั้งหมด 8 ไร่ ปลูกส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งและพันธุ์ทองดีมีอายุ 5 ปีแล้ว ให้ผลผลิตแล้วกว่า 20-30% จากจำนวน 800 ต้นที่ปลูกไว้ทั้งหมดเนื่องจากเจอปัญหาโรคโคนเน่าคุกคาม

“ช่วงปีแรก ต้นส้มโออาจให้ผลผลิตได้ไม่เยอะ หากต้นส้มโอโตเต็มที่ ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งให้จะผลผลิตประมาณ 50-60 ลูกต่อต้น/ปี ส่วนพันธุ์ทองดี จะได้ประมาณ 80-100 ลูกต่อต้น/ปี ซึ่งปกติส้มโอจะออกลูกครั้งแรกตอนอายุประมาณ 6 ปี และถ้าไม่มีปัญหาเรื่องรากเน่าโคนเน่าสามารถให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 20-30 ปีเลยทีเดียว” ลุงอุบล บอก

เมื่อตัวเองค้นพบความสุขที่แท้จริงในวัยเกษียณ ก็หวังอยากให้เพื่อนเกษตรกรที่ปลูกส้มโอ หันมาทำสวนส้มโอระบบอินทรีย์กันมากขึ้น อย่างน้อยช่วยลดต้นทุนในการผลิต อย่างมากคือเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองและคนในครอบครัว รวมถึงผลพลอยได้ที่กระจายสู่ผู้บริโภคโดยไม่คิดหวงความรู้ หากใครสนใจอยากเรียนรู้ เคล็ดลับความสำเร็จการทำสวนส้มโออินทรีย์ สามารถสอบถามและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ลุงอุบล การะเวก โทร. 089-134-8499 หรือ Facebook/สามพรานโมเดล

 

ที่มา

 

avatar

เกษตรกร

นักพรตขาว แห่งเทือกเขาอันไกลโพ้น