รายงานพิเศษ : ‘สหกรณ์โคนมสอยดาว’ไปได้สวย ‘ไทยนิยม ยั่งยืน’ต่อยอดธุรกิจนมโรงเรียน

368999.jpg

โครงการไทยนิยม ยั่งยืน แผนพัฒนาประเทศ ที่มีกลไกการขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบประชารัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ และสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน โดยการพัฒนาและแก้ปัญหาความเดือดร้อนตามความต้องการของประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้แนวคิด คนไทยไม่ทิ้งกัน ชุมชนอยู่ดีมีสุข และวิถีไทยวิถีพอเพียง                                                                                                                                                                สหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด จังหวัดจันทบุรี เป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่ได้รับการจัดสรรเงินเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จำนวน 5,355,000 บาท และสหกรณ์ฯ จ่ายสมทบอีก 535,000 บาท โดยเงินที่ได้รับจัดสรรครั้งนี้ สหกรณ์ฯได้จัดหาอุปกรณ์ใหม่ทดแทนอุปกรณ์เดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำนมพาสเจอร์ไรส์ ได้แก่ ห้องเย็นตั้งพื้นสำเร็จ Temp o-50C ขนาด 4 x 6 x 3.10 เมตร จำนวน 1 ห้อง อุปกรณ์ปรับปรุงระบบพาสเจอร์ไรส์ ขนาด 1,000 ลิตรต่อชั่วโมง จำนวน 1 ชุด และเครื่องตรวจคุณภาพน้ำนมดิบ จำนวน 1 เครื่อง

                                                                      นายวินนา ศรีสงคราม

นายวินนา ศรีสงคราม ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมากที่รัฐบาลมีโครงการดีๆ แบบนี้ ขอขอบคุณรัฐบาลและกรมส่งเสริมของสหกรณ์ ที่ได้อนุมัติงบประมาณจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน มาให้สหกรณ์ฯส่งผลให้สมาชิกและสหกรณ์สามารถเพิ่มรายได้ และลดต้นทุนให้กับสมาชิกในการประกอบธุรกิจ ได้รับประโยชน์จากอุปกรณ์ที่ได้รับสนับสนุนจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นอย่างมาก ทำให้สามารถผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ได้มากขึ้นอีกเท่าตัว โดยอุปกรณ์ปรับปรุงระบบพาสเจอร์ไรส์ชุดเดิม มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 500 ลิตรต่อชั่วโมง สำหรับอุปกรณ์ปรับปรุงระบบพาสเจอร์ไรส์ชุดใหม่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1,000 ลิตรต่อชั่วโมง อีกทั้งยังได้ห้องเย็นที่มีมาตรฐานในการเก็บนมที่ผลิตเสร็จรอจำหน่าย เพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย และอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่ถือว่าสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือ เครื่องตรวจคุณภาพน้ำนมดิบ (เครื่องตรวจองค์ประกอบน้ำนม TS-SCC) ซึ่งก่อนนำน้ำนมสู่กระบวนการผลิต จำเป็นต้องมีการตรวจสอบจำนวนเซลล์ และคุณภาพน้ำนม ก่อนทุกครั้ง

ซึ่งสำหรับเครื่องใหม่นี้สามารถวัดค่า SCC (เชื้อเต้านมอักเสบ) เพิ่มเติมจากเครื่องเดิมที่วัดได้เพียงค่า Fat (ไขมัน), SNF (ของแข็งไม่รวมไขมัน),Density (ความถ่วงจำเพาะ), Protein (โปรตีน), Freezing Point, Lactose เท่านั้น ทำให้สหกรณ์ฯ สามารถแจ้งสมาชิกได้อย่างรวดเร็ว เมื่อค่าน้ำนมไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการติดเชื้อของแม่วัว เพื่อสมาชิกจะได้นำวัวไปรักษาได้ทันการณ์ ไม่ต้องรอผลการตรวจจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออก (ศวพ.) ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงจะรู้ผลการตรวจ เดิมสหกรณ์ฯได้นำนมส่งตรวจสอบคุณภาพที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออก (ศวพ.) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูง อุปกรณ์ดังกล่าวทำให้สหกรณ์ฯ ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และได้รับผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว

สำหรับสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด นั้น ได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2534 มีสมาชิกแรกตั้ง 189 ราย ด้วยทุนเรือนหุ้น 98,200 บาท และได้ดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2535 เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกสามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีธุรกิจแบบพอเพียง เข้มแข็ง ครอบครัวสมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการนำอุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์มาใช้ปัจจุบันสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด มีสมาชิกจำนวน 206 ราย มีทุนเรือนหุ้น 9,826,320 บาท สหกรณ์ฯได้รับจัดสรรสิทธิ์ MOU เพื่อจำหน่ายน้ำนมพาสเจอร์ไรส์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และโรงเรียนเอกชน ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จำนวน 40,776 ถุง/คน/วัน โดยมีการตกลงราคาจำหน่ายตามราคากลางที่รัฐบาลกำหนด ดังนั้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตน้ำนมที่เพิ่มมากขึ้นและให้ได้มาตรฐาน สหกรณ์ฯจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น อุปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จึงเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสมาชิกสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด ที่จะผลิตน้ำนมที่มีประสิทธิภาพออกจำหน่ายต่อไป

 

ที่มา